| |
ภาคใต้ |
| |
ลักษณะภูมิประเทศ |
 |
14 จังหวัดภาคใต้ประกอบด้วย กระบี่ ชุมพร ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา ภูเก็ต
ยะลา ระนอง สงขลา
สตูล และ สุราษฎร์ธานี
พื้นที่ภาคใต้ ตั้ง อยู่บน คาบสมุทรอินเดีย ขนาบด้วยท้องทะเล
อ่าวไทยทางฝั่งตะวันออกและทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตก
มีเนื้อที่ รวม 70,715.2 ตารางกิโลเมตร จังหวัด
ที่ใหญ่ที่สุด
คือ สุราษฎร์ธานีและจังหวัดที่เล็ก ที่สุดคือ ภูเก็ต มีความยาว จากเหนือจดใต้ ประมาณ 750 กม.
ทุกจังหวัดของภาคมีเขตติดต่อ กับทะเล ยกเว้น จังหวัดยะลา
|
 |
ประกอบด้วย พื้นที่ราบ ป่าไม้ ภูเขา หาดทราย น้ำตก ถ้ำ ทะเลสาบและกลุ่มเกาะ ในท้องทะเลทั้งสองฝั่ง
มีเทือกเขา
ที่สำคัญได้แก่ ทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต
เทือกเขานครศรีธรรมราช
โดยมีเทือกเขาสันกาลาคีรี เป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทย
กับมาเลเซีย รวมความยาว ของเทือกเขา ภาคใต้
ทั้งหมดกว่า
1,000 กิโลเมตร
มีแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำพุมดวง
แม่น้ำตาปี แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำ ท่าทอง แม่น้ำตะกั่วป่า
แม่น้ำปากพนัง และแม่น้ำตรัง
ชายหาดทางฝั่งอ่าวไทยเกิดจากการยกตัวสูงขึ้น จึงมีที่ราบชายฝั่งทะเลยาว เรียบกว้าง น้ำตื้น ส่วนทางด้าน
ทะเลอันดามันเป็นลักษณะของชายฝั่งยุบต่ำลง มีที่ราบน้อย ชายหาด เว้าแหว่งมีหน้าผาสูงชัน
ชายฝั่งเป็นโขดหิน และป่าโกงกาง
|
| |
สภาพอากาศ |
 |
สภาพอากาศค่อนข้างร้อน แต่เนื่องจากได้รับอิทธิพล ของลมมรสุม จึงทำให้มีฝน
ตกชุก ตลอดทั้งปี โดยเริ่มจากเดือน
พฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เป็นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต ้
ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตก ละคลื่นลมแรงทางฝั่งทะเลอันดามัน
และอิทธิพลของลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ทาง
ฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่
จังหวัดชุมพรลงไป ภาคใต้จึงมีเพียง 2 ฤดูคือ ฤดูร้อน และฤดูฝน |
| |
|
 |
ได้ระบุว่าแหลมมลายูเป็นศูนย์กลางการค้าขายมานาน และมีเมืองที่เจริญรุ่งเรือง หลายแห่ง เช่น ตักโกละ ลังกาสุกะ
พานพาน ตามพรลิงค์ และศรีวิชัย อาณาจักรศรีวิชัย
มีราชธานี อยู่ในเกาะ สุมาตรา (ในปัจจุบัน) เป็นอาณาจักรแรก
ที่มีเรื่องราว
เกี่ยวพันกับ ดินแดนในแหลมมลายู โดยมีประเทศราช บนแหลมลายู หลายประเทศ คือ ปาหัง ตรังกานู
กลันตัน ครหิ (ไชยา) ตามพรลิงค์
(นครศรีธรรมราช) ลังกาสุกะ
(อยู่ในประเทศมาเลเซีย) เกตะ (ไทรบุรี) กราตักโกลา (ตะกั่วป่า) และปันพาลา
(อยู่ในประเทศพม่า)
พลเมืองนับถือศาสนาพุทธนิกาย มหายาน ซึ่งได้เผยแผ่มาในดินแดน
แถบนี้ตั้งแต่พุทธศตวรรษ ที่13
ภายหลังที่อาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลง เมืองตามพรลิงค์ ได้แยกตน เป็นอิสระโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่แคว้น
นครศรีธรรมราช มีอำนาจปกครองเมือง ต่าง ๆ
ได้แก่ สายบุรี ปัตตานี กลันตัน ปาหัง ไทรบุรี พัทลุง ตรัง ชุมพร บันไทสมอ
สงขลา ตะกั่วป่า ถลาง และกระบุรี
ในสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ไทยได้มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิด กับแคว้น นครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยา มีอำนาจ
ขึ้นแทนสุโขทัย (พ.ศ. 1893)
และได้เมืองปักษ์ใต้ ทั้งหมดเป็นเมืองขึ้น จึงได้มอบอำนาจให้เมือง นครศรีธรรมราชปกครอง
เมืองฝ่ายใต้และหัวเมืองมลายูทั้งหมด |
| |
ศาสนา |
.jpeg)
|
ภาคใต้มีความสัมพันธ์กับประเทศในเอเชียอาคเนย์ มาโดยตลอด เช่น ค้าขายกับจีนมาตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ 5
จนถึง 16 สินค้า ที่ค้าขาย ได้แก
่ ไข่มุก เครื่องแก้ว น้ำหอม อัญมณี และ นอแรด ในกลางพุทธศตวรรษที่ 10-12 มีการติดต่อ กับอินเดีย มีการเผยแผ่ศาสนาพุทธ และพราหมณ์ ซึ่งมีอิทธพล
ทางด้านศิลปะ เป็นอย่างมาก รวมทั้งวรรณคดี ความเชื่อ
ประเพณีและกฏหมาย |

|
จากนั้นในพุทธศตวรรษที่ 12-15 มีการค้าเครื่องเทศ กับชาวเปอร์เซียและชาว อาหรับ ซึ่งได้นำศาสนาอิสลามมาส
ู่เกาะสุมาตรา จากนั้น ได้ขยายสู่แหลมมลายู
ถึงประเทศ อินโดนีเซียและเลยมาถึงทางใต้ ของไทย ในราวศตวรรษที่ 20
ทำให้ชาวพื้นเมืองภาคใต้ บางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม |
| |
|
 |
นอกจากชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมแล้ว ยังมีกลุ่มชาวพื้นเมือง ที่เรียกว่า"ชาวน้ำหรือชาวเล" อาศัยอยู่ตามริมฝั่งทะเล
ในอำเภอตะกั่วป่า
จังหวัดพังงา หาดราไวย์และ เกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต และตามหมู่เกาะต่าง ๆ ของจังหวัดสตูล ชาวพื้นเมืองเหล่านี้
เรียกตัวเองว่า"ชาวไทยใหม่" เชื่อว่าเป็น
บรรพบุรุษ ของชนชาติมลายู ชาวน้ำหรือชาวเล มีสีผิวคล้ำ ร่างกายแข็งแรง นิสัยรักสงบ
นับถือภูตผีปีศาจ มีประเพณีบวงสรวงบรรพบุรุษ และเจ้าเกาะ โดยมีพิธีลอยเรือ
สะเดาะเคราะห ์ เป็น บทพิสูจน ์ ความเชื่ออันนี้
ส่วนอาชีพหลักคือการทำประมง |
 |
สำหรับชาวซาไก หรือที่เรียกว่า เงาะป่า นั้น เป็นชนพื้นเมือง อีกเผ่าหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ โดยเฉพาะ ที่อำเภอปะเหลียน
จังหวัดตรัง อำเภอบันนังสตา
และอำเภอเบตง ในจังหวัดยะลา ชาวซาไกมีผิวพรรณและรูปร่างคล้ายชาวน้ำ แต่อาศัยอยู่ตาม
ป่าเขามีอาชีพหาของป่า และเก่งในการล่าสัตว์ |
| |
|
 |
ส่วนใหญ่จะอดทน เข้มแข็ง ฉลาด มีความมุ่งมั่นสูงและ ปราดเปรียว การแต่งกาย
จะแตกต่างไปตาม กลุ่ม คือ ชาวไทย
เชื้อสายจีนแต่งกายเป็นแบบจีน
ชาวไทย
มุสลิมจะแต่งกายคล้าย ชาวมาเลเซีย สตรีนุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมเสื้อยา หยา เป็นเสื้อ
แขนกระบอก มีผ้าคลุม ศีรษะ ผู้ชายนุ่งโสร่ง หรือกางเกง สวมเสื้อแขนยาว โพกศีรษะ หรือสวมหมวก ปัจจุบันมีการ แต่งกาย ที่เป็นสากล มากขึ้น
ส่วนภาษาที่ใช้เป็นภาษาไทยสำเนียงชาวใต้ แต่ผู้ที่อยู่ใกล้ ชายแดน ระหว่างไทยกับมาเลเซีย
จะพูดภาษายาวี หรือภาษามาลายู
|
| |
การแสดง |
 |
ศิลปการแสดงที่เป็นที่นิยมและเป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้ ได้แก่ หนังตลุง มโนราห์ เพลงบอก เพลงนา ลิเกป่า กาหลอ
ร็องเง็ง สิละ กรือโต๊ะ เพลงร้องเรือ (หรือเพลงกล่อมเด็ก) |
| |
อาหาร |
 |
ถึงแม้ว่าอาหารของภาคใต้ จะมีรสจัด แต่ก็เป็นที่นิยม ของคนทั่วไป ได้แก่ แกงเหลือง แกงไตปลา แกงส้ม
น้ำยาปักษ์ใต้ น้ำพริกกุ้งเสียบ น้ำพริกกะปิ รับประทานกับผักสดหลาย ชนิด ข้าวยำ บูดูหลน ไก่กอ และรวมทั้งอาหารทะเล |
| |
อาชีพ |
 |
ประชากรทางภาคใต้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่กาแฟ มีสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม
้ และมะม่วง หิมพานต์ ทำการประมง น้ำลึก
และประมงชายฝั่ง
การทำนากุ้ง เลี้ยงหอยมุก ส่วนผลงานด้านหัตถกรรม ได้แก่
ผ้าเกาะยอ
ผ้าไหมพุมเรียง
ผ้าทอเมืองนคร ผ้าบาติก เครื่องประดับ เครื่องใช้ประเภทเครื่องเงิน เครื่องทอง
ทองเหลือง และเครื่องถม งานฝีมือ จักสานย่านลิเพา และเครื่องประดับที่ทำจาก เปลือกหอย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นส่วน
หนึ่งที่ทำให้ภาคใต้ยังคงอยู่ในความสนใจ ของนักท่องเที่ยว นอกเหนือจากธรรมชาติที่สวยงาม |
| |
|